เวทีเครือข่ายการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ครั้งที่ 2

(Climate Adaptation Platform #2) จัดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 9.30 – 13.00 น. ณ ห้อง 301 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงคือ

  1. สร้างความร่วมมือและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างองค์กร โครงการและเครือข่ายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
  2. เชื่อมโยงแนวทางและการทำงานเครือข่ายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในพื้นที่ไปสู่กระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

จากการประชุมครั้งที่ 1 ทำให้พบว่ามีหลายองค์กร ทั้งหน่วยภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรชุมชน องค์กรท้องถิ่น และองค์กรพัฒนาเอกชน กำลังดำเนินการเกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งการดำเนินการในลักษณะปฏิบัติการร่วมกับพื้นที่ การศึกษาวิจัย และการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การประชุมในครั้งที่ 2 ยังคงมีวัตถุประสงค์หลักคือการแลกเปลี่ยนกันระหว่างทุกภาคส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่นแปลงสภาพภูมิอากาศ และครั้งนี้ทาง Mr. Jerome Pons     The Head of Cooperation, ตัวแทนจากสหภาพยุโรป ได้ให้เกียรติมาร่วมแลกเปลี่ยนกับทางเครือข่ายพร้อมทั้งบอกกล่าวถึงงานที่ทางสหภาพยุโรปกำลังดำเนินการเกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งการสนับสนุนงบประมาณให้กับทั้งภาคประชาสังคมในการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสนับสนุนรัฐบาลในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนการปรับตัวระดับชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้ทาง ดร.กลย์วัฒน์ สาขากร ผู้แทนจากสำนักประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้มานำเสนอสถานการณ์และกระบวนการจัดทำแผนการปรบตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะได้เป็นร่างออกมาภายภายในปี พ.ศ. 2559 ขณะเดียวกันทาง สผ. ก็ทำงานร่วมกับทางองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (German International Cooperation : GIZ) ทำการถอดบทเรียนการศึกษาการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจากกรณีศึกษา 17 พื้นที่นำร่อง และการเชื่อมต่อกระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวโดยเลือกพื้นที่นำร่องเพื่อดำเนินการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือ โดยพื้นที่นำร่องจะกระจายไปตามแต่ละภูมิภาคและมีลักษณะของกายภายพื้นที่ที่แตกต่างกันกำหนดไว้ประมาณ 4 พื้นที่

 

ขณะที่องค์กรภาคประชาสังคมอื่นๆ เช่น ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (รีคอฟ) แผนงานประเทศไทย มีการทำโครงการด้านการปรับตัวร่วมกับชุมชนในพื้นที่ป่าเป็นการนำหลักการด้านภูมิทัศน์ (Landscape) และสิทธิชุมชน มาใช้ร่วมในการวิเคราะห์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในส่วนของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ก็มีงานวจัยและโครงการที่ทำเกี่ยวกัยการเปลียนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นกันโดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เมือง ขณะที่โครงการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและกระบวนการประชาธิปไตยต่อการจัดทำแผนรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของประเทศ ที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนก็มีการทำงานทั้งในระดับปฏิบัติการผ่านพื้นที่นำร่องและการทำงานในระดับนโยบายเกี่ยวกับแผนการปรับตัวในระดับชาติ ซึ่งแต่ละหน่วยงานและแต่ละองค์กรอาจจะต้องมีการถอดบทเรียนและการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้งานส่วนหนึ่งได้เข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับชาติซึ่งทาง สผ. เป็นองค์กรหลักที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *