เกษตรรายย่อยกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประชุมปรึกษาหารือโครงการนำร่องเรื่องการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ ต.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและกระบวนการประชาธิปไตยต่อการจัดทำแผนรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ณ ห้องประชุมเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากตัวแทนกลุ่มเกษตรกรอินทรย์ในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยปัญหาหลักของพื้นที่คือ ความมั่นคงด้านอาหารของภาคเกษตรต่อการแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลจากการแลกเปลี่ยนทำให้ค้นพบว่า พื้นที่กำลังเผชิญทั้งความเสี่ยงทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง และปริมาณฝนที่มาจนส่งผลกระทบต่อการผักบ้างประเภททำให้เกิดความเสียหายกับผลผลิต และความเสี่ยงอันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาของรัฐ เช่น การเลือกให้พื้นที่ฉะเชิงเทราเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าชีวมวล  เป็นต้น ทำให้อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต

อย่างไรก็ดี พื้นที่นี้เกษตรกรรายย่อยส่วนหนึ่งทำการพัฒนาระบบเกษตร ที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์ (Organic farming) ซึ่งเป็นระบบเกษตรกรรมที่หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ฮอร์โมนสังเคราะห์กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ หลีกเลี่ยงการเผาและสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ให้ความสำคัญสูงสุดในการปรับปรุงบำรุงดินโดยการปลูกพืชหมุนเวียน ใช้ประโยชน์จากเศษซากพืช มูลสัตว์ ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยชีวภาพ รวมทั้งธาตุอาหารจากการผุพังของหินแร่ ควบคุมศัตรูพืชโดยวิธีชีวภาพหรือสารสกัดจากพืช ซึ่งเป็นระบบการทำเกษตรที่อยู่ในแนวทางมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาและการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและสิ่งแวดล้อม

อีกทั้งเกษตรกรมองว่า เมื่อระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์เป็นระบบที่ช่วยเก็บกักคาร์บอน ก่อให้เกิดการผลิตคาร์บอนต่ำ และมีระบบการผสมผสานที่หลากหลายจึงเห็นความสำคัญในการศึกษาศักยภาพของเกษตรอินทรีย์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั้งด้านการลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและการสร้างความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *