ภูมิทัศน์ทางการเมืองด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ตอนที่ 1)

ที่มาภาพ : https://www.theguardian.com/environment/2016/nov/04/paris-climate-change-agreement-enters-into-force

ผู้เขียน : รัตนาภรณ์ อาณาประโยชน์

“ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ข้อถกเถียงเพื่อแบ่งฝ่าย แต่มันเป็นปัญหาของมวลมนุษยชาติ อากาศและน้ำที่สะอาด ภูมิอากาศที่น่าอยู่เป็นสิทธิของมนุษย์ที่ใครก็เอาไปไม่ได้ การแก้ไขวิกฤตินี้จึงไม่ใช่ปัญหาทางการเมือง แต่เป็นข้อผูกพันทางจริยธรรมของพวกเรา” คำกล่าวของลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ นักแสดงและผู้ส่งสารแห่งสันติภาพของสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมขององค์การอนามัยโลกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2559 ตอกย้ำว่าถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์กำลังเผชิญหน้า

ความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเวทีการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ประกอบด้วยสมาชิก 197 รัฐภาคี  เมื่อครั้งที่ 21 (พ.ศ.2558) ได้ผลักดันให้เกิด “ความตกลงปารีส (Paris Agreement)” ซึ่งจะเข้ามาแทนที่พิธีสารเกียวโตที่จะหมดวาระลงในปี พ.ศ. 2563 โดยมีโจทย์ให้ทุกประเทศร่วมมือส่งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ในช่วงสิ้นสุดศตวรรษที่ 20 (พ.ศ. 2643) ซึ่งข้อตกลงมีผลบังคับใช้ในอีก 1 ปีถัดมา ในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 เพื่อให้เกิดการดำเนินงานตามเป้าหมายที่วางไว้ ภายหลังปี พ.ศ. 2563

สาระสำคัญของความตกลงปารีสเน้นไปใน 3 เรื่อง คือ 1) ควบคุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกินกว่า 2 องศา และไม่เกิน 1.5 องศา หากใส่ความพยายามให้มากขึ้น 2) เพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างสังคมที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และ 3) กลไกสนับสนุนเพื่อให้เกิดการดำเนินงานสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสังคมที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การเงิน เทคโนโลยี

ข้อมูลจากงานศึกษาของสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม[1] ได้วิเคราะห์เนื้อหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกลไกเชื่อมโยงการดำเนินงานที่ปรากฎในความตกลงปารีส พบว่ามีเนื้อหาสำคัญ ดังนี้

  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation)

เพื่อควบคุมอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศา โดยอาศัยความร่วมมือของรัฐภาคีในการเสนอเป้าหมาย  “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดขึ้น” (Nationally Determined Contributions : NDC) ซึ่งเป็นการประณีประนอมให้แต่ละรัฐภาคีสามารถประเมินศักยภาพของตนเอง เสนอเป้าหมายการลดก๊าซที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศได้ จัดเป็นระบบจากระดับล่างสู่บน (Bottom-up Approach) สนับสนุนให้ทุกประเทศมีส่วนร่วมในการดำเนินงานไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำโดยมีระยะเวลาในการส่งเป้าหมายการมีส่วนร่วมทุกๆ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2563 ซึ่งต้องแสดงความก้าวหน้า ความพยายามขั้นสูงการดำเนินงาน บนหลักการความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่างตามศักยภาพและสถานการณ์ของประเทศ ที่ประเทศกำลังพัฒนาอาจมีไม่เท่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยประเทศพัฒนาแล้วต้องมีส่วนให้การสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาในการดำเนินงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

  • การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation)

ความตกลงปารีสได้เน้นให้เห็นว่าการปรับตัวเป็นความท้าทายของโลกที่ทุกประเทศต้องประสบ โดยการปรับตัวนี้เพื่อปกป้องประชาชน วิถีชีวิต และระบบนิเวศ โดยคำนึงถึงความเร่งด่วนและความจำเป็นของประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษ และแนวทางที่ประเทศกำหนดขึ้น

เนื้อหาในความตกลงยังชี้ให้เห็นว่า หากสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้มากขึ้นย่อมลดความจำเป็นในการปรับตัวได้มากขึ้น จึงนับได้ว่าการปรับตัวมีความเกี่ยวข้องต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าต้องเสนอเป้าหมายในรายงาน NDC ก็ตาม

เป้าหมายของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การยกระดับความสามารถในการปรับตัว ลดความเปราะบาง และส่งเสริมภูมิต้านทานต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้แต่ละประเทศต้องจัดทำ “แผนการปรับตัวและการนำไปสู่การปฏิบัติ” ในการดำเนินงานจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วม ติดตามตรวจสอบได้ รายงานข้อมูลความก้าวหน้าได้ โดยไม่เป็นการเพิ่มภาระต่อประเทศกำลังพัฒนา โดยสนับสนุนและก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศต่อประเทศกำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนา

ด้านการจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มความถี่และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นนั้น ความตกลงได้สนับสนุนการดำเนินงานของ “กลไกระหว่างประเทศวอร์ซอสำหรับการสูญเสียและความเสียหาย” ที่มีอยู่ ให้เกิดความร่วมมือขององค์กรที่เกี่ยวข้องและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ได้แก่ ระบบการเตือนภัยล่วงหน้า การเตรียมพร้อมในภาวะฉุกเฉิน การประเมินและการจัดการความเสี่ยงในองค์รวม การจัดทำเครื่องมือการประกันความเสี่ยง และความต้านทานของชุมชน วิถีชีวิตและระบบนิเวศ

  • กลไกทางการเงิน

เป็นภารกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วต้องสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว  การช่วยเหลือจะอยู่บนพื้นฐานยุทธศาสตร์ที่กำหนดโดยประเทศ ลำดับความสำคัญและความจำเป็นของภาคีประเทศกำลังพัฒนา และจะต้องมีการรายงานข้อมูลการให้การสนับสนุนทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทุกๆ 2 ปี และจะต้องมีการทบทวนผลการดำเนินการระดับโลกในการให้การสนับสนุนทางการเงินนี้ โดยกำหนดให้ปี พ.ศ. 2568  มียอดเงินถึงหนึ่งแสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ผ่านกลไกกองทุนต่างๆ ได้แก่  กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility : GEF), กองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund) กองทุนสำหรับประเทศด้อยพัฒนา (Least Developed Countries Fund) กองทุนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Special Climate Change Fund) และกองทุนเพื่อการปรับตัว (Adaptation Fund)

นอกจากการดำเนินงานและกลไกสนับสนุนทางการเงินดังที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความโปร่งใสในการติดตามความก้าวหน้าและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการสนับสนุนการทำงานและการเงินจากประเทศพัฒนาแล้ว การทบทวนการดำเนินงานระดับโลก หรือที่เรียกว่า Global Stocktake  เพื่อประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงาน โดยจะมีการทบทวนทุกๆ 5 ปี (ครั้งแรกในปี พ.ศ.2566) กลไกที่การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพ การสร้างจิตสำนึกและการศึกษาซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานจากทุกประเทศต่อไป

บทวิเคราะห์จากงานศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความตกลงปารีสเป็นเสมือนใบเบิกทาง สร้างความศรัทธาของนานาประเทศในการหันกลับมาร่วมมือกันดำเนินงานแก้ปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถึงแม้ว่ารายงานทางวิทยาศาสตร์จะชี้ว่าระบบการเสนอเป้าหมาย NDC อาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการคุมอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ยังคงต้องติดตามตอนต่อไปว่าความตกลงปารีสจะเป็นเพียงเสือกระดาษหรือหลักไมล์สู่ความสำเร็จ

 


[1] รายงานผลการศึกษาการขับเคลื่อนและเสริมสร้างศักยภาพภายหลังข้อตกลงใหม่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, 2559 โดยสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *